วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บทที่2ประวัตศาสตร์การท่องเที่ยวจากยุคเรริ่มต้นถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่2
การท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจสามารถสืบย้อนไปถึงสมัยที่ยังมีอาณาจักร Babylonian และอาณาจักร Egyptian
นักท่องเที่ยวชาวกรีกมีการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวเมื่อประมาณ300ปีก่อนคริสกาลหรือ2300ปีมาแล้ว เนื่องจากกรีกมีการปกครองแบบนครรัฐที่เป็นอิสระต่อกันจึงไม่มีผู้มีอำนาจปกครองส่วนกลางที่จะสั่งให้มีการสร้างถนน กท่อที่ยวส่วนมากจึงเดินทางทางเรือ
ในสมัยอาณาจักรโรมันการท่องเที่ยวมทั้งการท่องเที่ยวภายในประเทศและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศแต่การท่องเที่นวระหว่างประเทศนั้นเป็นการ่องเที่ยวที่ไร้พรมแดนเพราะไม่มีอาณาเขตแบ่งแยกดินแดนว่าเป็นดินแดนของอังกฤษ หรือซีเรีย อย่างในปัจจุบัน เพรราะอาณาจักรครอบคลุมไปถึงหมด ทุกแห่งใช้เงินตราของโรมันท้องทะเลปลอดจากพวกโจรสลัด แพราะมีการลาดตระเวนของทหารโรมัน ภาษาละตินก็ป็นภาษาที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในยุคนั้น ชาวโรมันเดินทางไปยัง Sicily,กรีช เกาะRhodes เมืองทรอย และอียิปต์และเมื่อถึงศตวรรษที่3ชาวโรมันก็ได้เดินทางไปจนถึงดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์(The Holy Land)
มัคคุเทศก์และคู่มือนำเที่ยวในยุคต้นๆ
ความรู้เกี่ยวกับการเดินทางในสมัยแรกๆมาจากข้อเขียนนักประวัติศาสตร์และนักเดินทางที่มีความสำคัญมีชื่อว่า Herodotus และอาจเรียกได้ว่าเป็นนักเขียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวคนแรกของโลกก็ว่าได้
หนังสือคู่มือปรากฎขึ้นเป็นครั้งเมื่อ400ปีก่อนคริสสกาล นักเขียนเกี่ยกับการท่องเที่ยวชาวกรีก ชื่อ Pausanias ได้เขียนหนังสือชื่อ Description of Greece ขึ้น ซึ่งเป็นการวิจารย์เกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ป้ายโฆษณาก็เกิดขึ้นในยุคนี้
การท่องเที่ยวในยุคกลาง
อยู่ระหว่างช่วง คศ.500-1500 หรือเป็นช่วงที่ต่อจากการล่มสลายของอาณาจักรโรมัน แต่ก่อนเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ยุคมืด
-เป็นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ศาสนาเข้ามามีบทบาทในการกำหนดการดำเนินชีวิตของผู้คน
-วันหยุด (Holy Days) เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
-คนชั้นกลางและชั้นสูงนิยมเดินทางเพื่อแสวงบุญ ในระยะทางไกลในเมืองต่างๆ ตามหลักฐานที่ปรากฏเป็นนิทานเรื่อง Canterbury’s tales
-การเฟื่องฟูของอาชีพมัคคุเทศก์
ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ( Renaissance)
ลักษณะสำคัญของการท่องเที่ยวในยุคนี้คือ
-เกิดการพัฒนาทางด้านการค้า
-ผู้คนเริ่มใฝ่รู้เกี่ยวกับเรื่องของยุโรปสมัยก่อน โดยเฉพาะชาวอังกฤษที่ร่ำรวย นิยมส่งบุตรชายออกเดินทางไปต่างประเทศพร้อมกับผู้สอนประจำตัว (Travelling Tutors) เป็นระยะเวลา 3 ปี เรียกว่าแกรนด์ทัวร์ (Grand Tour) โดยมีจุดมุ่งหมายที่ประเทศ อิตาลี
-อาจเรียกแกรนด์ทัวร์ว่า เป็นการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาก็ได้



พัฒนาการแหล่งท่องเที่ยวประเภทที่อาบน้ำแร่
ในคศ.1562 Dr.William Terner ได้ตีพิมพ์เกี่ยวกับสรรพคุณของน้ำแร่ที่เมือง Bath และแหล่งน้ำแร่อีแห่งหนึ่งที่เมืองBuxton
- การเดินทางไปรับการบำบัดด้วยน้ำแร่ได้กลายมาเป็นสถานภาพทางสังคมอย่างรวดเร็ว
-บรรดาสถานบำบัดทั้งหลายเปลี่ยนโฉมจากสถานรักษาสุขภาพเป็นสถานที่เพื่อความเพลิดเพลินแทน
-Bath ได้กลายมาเป็นเมืองของคนชั้นสูง เป็นศูนย์รวมแฟชั่น
-ได้สร้างห้องน้ำพุขึ้น (Pump Room)
ในที่สุดในตอนต้นของศตวรรษที่19บรรดารีสอร์ทต่างๆก็เปลี่ยนโฉมไปสู่ตลาดล่างตามวงจรชีวิตของตลาด
กำนิดยุคสถานที่ตากอากาศชายทะเล
-การอาบน้ำทะเลพิ่งจะเริ่มเป็นที่นิยมในอังกฤษตั้งแต่สมัยฟื้นฟูศิลปะวิทยาการเป็นต้นมา
-เมืองScarborough เป็นเมืองแรกที่บำบัดโรค้วยน้ำทะเลตามมาด้วยเมืองBrighton
-ความนิยมในการรับการบำบัดด้วยน้ำทะเลซึ่งเป็นผลมาจากผู้คนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มั่งคั่งขึ้นจากการขยายตัวทางการค้าและอุตสาหกรรมในประเทศอังกฤษ
-การมีบริการเรือกลไฟที่เชื่อมกาะอังกฤษและภูมิภาคยุโรปก็ได้เป้นสิ่งคุกคามแหล่งท่องที่ยวชายทะเลของอังกฤษด้วยเมืองBrighton เปิดบบริการเรือข้ามฟาก(Ferry)ไปยังเมืองDieppe

ยุคของเครื่องจักรไอน้ำ: การเดินทางทางรถไฟ
-รถไฟสายแรกถูกสร้างขึ้นในประเทศอังกฤษในคศ.1825 (ตรงกับสมัยรัชกาลที่3กรุงรัตนโกสินทร์)
ระหว่างเมือง Stock และ Darlington
-ผู้ประกอบการจัดการท่องเที่ยวคนแรกคือ Sir Rowrand Hill ประธานบริษัทรถไฟเมือง Brighton
-Tomas Cook ได้ชื่อว่า เป็นผู้ประกอบการที่เป็นผู้ริเริ่มที่มีความสำคัญที่สุดต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระยะเริ่มแรก
เรือกลไฟ
-บริษัทแรกที่เปิดให้บริการเรือกลไฟระยะใกล้ได้แก่บริษัท Peninsular and Orientaal Streem Navigation Company ซึ่งต่อมาเรียก Pand O
-Tomas Cook ได้จัดนำคณะทัวร์ของเขาเดินทางไปท่องเที่ยวทวีปอเมริกาเหนือเป็นครั้งแรกเมื่อ ปีคศ.1872 เขาได้จัดทัวร์รอบโลกพาลูกค้า 12 คนไปเที่ยวเป็นเวลา 220 วัน ในราคา 200ปอนด์
การท่องเที่ยวในศตวรรษที่20(1901-200) ช่วง50ปีแรก (1901-1950)
รูปแบบของการเดินทางเปลี่ยนไป ความนิยมในการเดินทางด้วยรถไฟลดลงเพราะคนนิยมเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น มีการพัฒนาถนน รถบรรทุกที่ขนส่งสัมภาระในสงครามให้เห็นเป็นรถ Coach



การท่องเที่ยวหลังสงครามโลกครั้งที่2
-เช่นเดียวกับช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่1 ความสนใจของผู้คนที่จะเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกตรั้งที่2
-การเดินทางทางอากาศมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วหลังสงครามโลกครั้งที่2
-ความก้วหน้าทางด้านเทคโนโลยีการบินได้เกิดขึ้นในปีคศ.1970ในปีนี้มีการเปิดตัวเครื่องบินเจท ลำตัวกว้างรุ่น 747 จุผู้โดยสารได้400คนทำให้ต้นทุนค่าโดยสารต่อหัวลดลงอย่างมาก
-ต่อมาTomas Cook จัดทัวร์เหมาเดินทางด้วยเครื่องบิน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น